การอัพเดทเนื้อหาเว็บ การปรับปรุงเนื้อหาเว็บ

การอัพเดทเนื้อหาเว็บ เกี่ยวกับ ความยากความง่าย ค่าบริการถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับปัจจัยมากมาย และแน่นอน ย่อมไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Content Editor เพียงอย่างเดียว

ดังนั้น การที่มีโฆษณา เชิญชวนและชวนเชื่อ ว่า "สามารถอัพเดทเนื้อหาด้วยตัวเอง เพียงลากแล้วปล่อย (just drag and drop) ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับ HTML หรือ การเขียนโค้ด" จึงไม่ใช่ คำตอบสุดท้าย คำตอบที่ดีที่สุด ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่าง กว้างขวาง หลากหลาย เว้นแต่ ผู้ต้องการอัพเดทเนื้อหาด้วยตนเอง ต้องการเพียง การเปลี่ยนแปลงแก้ไขเนื้อหา ให้มีรายละเอียดและรูปภาพ ตามที่ต้องการโดยไม่สนใจว่า หน้าเว็บนั้น หรือ เว็บไซต์โดยรวมนั้น จะดูเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือไม่ ดูเป็นมืออาชีพหรือไม่ ดูน่าเชื่อถือหรือไม่ หรือ มีโอกาสถูกค้นพบได้ง่ายจากการค้นหาด้วยกูเกิ้ลหรือไม่


ปัจจัยที่มีผลต่อความยากง่ายและค่าบริการ

1

ผู้อัพเดทเนื้อหา ขาดความรู้ความชำนาญอย่างรอบด้าน เกี่ยวกับ:

  • ภาษา HTML
    กล่าวคือ นอกจากไม่ทราบเกี่ยวกับโครงสร้างของ HTML แล้ว ยังไม่ทราบถึง รายละเอียดของแท็ก และความสำคัญของแท็ก ดังนั้น การตรวจสอบข้อผิดพลาดที่ย่อมเกิดขึ้นได้กับการแสดงผลของเนื้อหา ซึ่งย่อมมีผลไม่มากก็น้อยต่อหน้าเว็บหรือเว็บไซต์โดยรวม ตลอดจน การทำงานในการสร้างโค้ดของโปรแกรม Content Editor โดยเฉพาะสำหรับหน้าเว็บทีมีเนื้อหาอยู่เป็นจำนวนมาก และมีการเรียงลำดับความสำคัญของหัวข้อมากกว่าหนึ่งระดับ จึงต้องอาศัยแต่เพียงโปรแกรม Content Editor ซึ่งหากโปรแกรม Content Editor มีข้อผิดพลาดบางอย่างอย่างชัดแจ้ง ก็อาจยังเป็นเรื่องยากสำหรับ ผู้ทำหน้าที่อัพเดทเนื้อหา จะทราบและรายงานข้อผิดพลาดเหล่านั้นต่อทีมผู้รับผิดชอบเพื่อทำการแก้ไขในโอกาสต่อไปได้
  • ภาษา CSS
    ภาษาสำหรับใช้กำหนดและควบคุม คุณลักษณะแสดงผล ของ ข้อมูลที่อยู่ในแท็ก HTML และ แท็ก HTML
    กล่าวคือ ถ้าผู้อัพเดทเนื้อหา ไม่มีความรู้เกี่ยวกับภาษา CSS เลย หรือมีความรู้แต่น้อยนิดมาก นอกจากไม่สามารถช่วยเพิ่มคุณลักษณะเด่นให้แก่เนื้อหาแล้ว ยังไม่สามารถแแก้ไขปัญหาการแสดงผลขององค์ประกอบภายในหน้าเนื้อหาได้อีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อเว็บไซต์และหน้าเว็บเหล่านั้น ถูกออกแบบและสร้างขึ้นด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ซึ่งประกอบด้วย โค้ดและสคริปท์มากมายซึ่งมีการกำหนดคุณลักษณะแสดงผลอย่างหลากหลาย เช่น เว็บไซต์ซึ่งออกแบบและสร้างขึ้นด้วยโปรแกรม Joomla หรือ WordPress หรือ โปรแกรมอื่นๆ เนื่องจากบางโอกาสในการอัพเดทเนื้อหาของหน้าเว็บนั้น เราจำเป็นต้องมีการกำหนดคุณลักษณะแสดงผล ของ องค์ประกอบบางส่วน เพิ่มเติม เช่นเมื่อพบปัญหาว่า ข้อความซึ่งอยู่ในบรรทัดถัดจากรูปภาพ อยู่ติดกับขอบล่างของรูปภาพมากเกินไป ครั้นใช้วิธี "ขึ้นบรรทัดใหม่" ช่วย ระยะห่างกลับมีมากจนเกินพอดีขึ้นมาอีก

ตัวอย่าง การเขียนโค้ด CSS แบบ INLINE แทรกไว้ในเนื้อหา เพื่อกำหนดคุณลักษณะเด่นและทำให้ย่อหน้านี้ อยู่ห่างจากย่อหน้าก่อนหน้าและถัดไป มากกว่าปกติ คือ 50 พิกเซล

<blockquote style="margin: 50px 0; font-weight: nomal; font-size: 12pt; color: #FCE94F">
<p>ตัวอย่าง การเขียนโค้ด CSS แบบ INLINE แทรกไว้ในเนื้อหา เพื่อกำหนดคุณลักษณะเด่นและทำให้ย่อหน้านี้ อยู่ห่างจากย่อหน้าก่อนหน้าและถัดไป มากกว่าปกติ มากกว่าปกติ คือ 50 พิกเซล</p>
</blockquote>
  • โปรแกรมใช้ออกแบบและสร้างเว็บไซต์
    กล่าวคือ ไม่รู้จักโครงสร้าง ไม่รู้จักองค์ประกอบ จึงไม่ทราบว่า ที่แท้จริงแล้ว โปรแกรมนั้นประกอบด้วยโปรแกรมเสริมใดบ้าง มีคุณสมบัติใดบ้าง ซึ่งแน่ละ ผู้ที่จะอัพเดทเนื้อหาเว็บไซต์ ต้องมีความรู้เป็นอย่างดี หรืออย่างน้อยสุด ควรรู้เกี่ยวกับส่วนที่จะได้รับผลกระทบจากการอัพเดทเนื้อหาโดยตรง อันอาจเป็นความผิดพลาดทั้งตั้งใจและไม่เจตนา เช่นเรื่องง่ายๆเกี่ยวกับการแทรกภาพประกอบเนื้อหา ซึ่งหากเลือกขนาดภาพที่ไม่มีความเหมาะสม หรือไม่มีการเขียนโค้ด CSS ใดรองรับ ความเสียหายย่อมเกิดขึ้นได้จากการเลือกใช้ภาพ ที่มีขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไป

จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับการ ประเมินค่าบริการ หรือ ตีราคาค่าบริการทั้งสิ้น ดังนั้น หากท่านใดไม่สามารถอัพเดทเนื้อหาเว็บไซต์ของตนเองได้ด้วยตนเอง และต้องการจัดจ้างให้ผู้อื่นทำหน้าที่แทนโดยแลกกับค่าจ้างที่ตนเองคิดว่า น่าจะเป็นธรรม บุคคลผู้นั้นก็ควรกลับไปศึกษาข้อมูลดังได้กล่าวให้ถ่องแท้เสียก่อนว่า ในแต่ละส่วนเหล่านั้นมีรายละเอียดมากน้อยเพียงใด และผู้ที่จะสามารถทำหน้าที่อัพเดทได้อย่างมีคุณภาพ ต้องมีความรู้ความชำนาญมากน้อยเพียงใด เมื่อนั้นแหละ ค่าจ้างหรือค่าบริการ ก็จะมีความเป็นธรรมจริงๆ มิใช่เกิดจากการใช้ความรู้สึกส่วนตนวัด หรือคิดเฉลี่ยเปรียบเทียบจากจำนวนผู้ให้บริการที่มีมากมาย เพราะเมื่อไรที่คิดหรือใช้ความรู้สึกวัดเช่นนั้น งานที่ได้มานั้น ย่อมยากที่จะได้งานคุณภาพ ทั้งนี้ก็เนื่องด้วย ความรู้สึกและความคิดในทำนองนั้น ได้เข้าไปบั่นทอน คุณภาพของการพิจารณาและตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการ โดยที่ผู้ต้องการใช้บริการนั้น ไม่รู้ตัว ซึ่งสุดท้ายแล้วก็จะหนี สุภาษิต ไปไม่พ้น กล่าวคือเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายซึ่งก็หมายถึง เสียน้อยหรือเสียเท่ากันนั่นแหละ แต่ว่า เสียหลายทีหลายหน...และเมื่อรวมกันทั้งหมดแล้ว กลับกลายเป็น จำนวนรายจ่าย ที่มากกว่า

2

คุณลักษณะของโปรแกรม Content Editor

โปรแกรม Content Editor หมายถึง โปรแกรมสำหรับใช้สร้างและแก้ไขเนื้อหา และในโปรแกรมสำหรับใช้ออกแบบและสร้างเว็บไซต์ (CMS) แต่ละโปรแกรม ก็มักใช้โปรแกรม Content Editor แตกต่างกัน และในความแตกต่างกันนั้น ก็มักเป็นที่มาของ อุปสรรคในการสร้างและการปรับปรุงเนื้อหาเว็บไซต์ มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปตาม ความรู้ความชำนาญและความต้องการ ของ ผู้อัพเดทเนื้อหา หรือ ผู้ต้องการอัพเดทเนื้อหา ซึ่งสำหรับหลายคนแล้ว อาจมองว่า Content Editor อย่าง TinyMCE มีหน้าตาและองค์ประกอบคล้ายโปรแกรม Word น่าจะเป็นโปรแกรมที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา แต่ขณะเดียวกัน อีกหลายคนอาจชื่นชอบโปรแกรมที่มีหน้าตาคล้ายโปรแกรม WordPad มากกว่า เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง สามารถแทรกโค้ดเพิ่มแท็กได้อย่างต้องการ ทุกแห่งและทุกเมื่อเมื่อต้องการ

โปรแกรม
TinyMCE

Content Editor - TinyMCE

เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ถูกติดตั้งอยู่ใน Joomla ทุกรุ่น

จุดเด่น

  • ใช้งานง่ายกว่า สามารถเลือกทำงานได้ทั้งบน หน้าออกแบบ (design page) และ หน้าโค้ด (code page)
  • มีการแสดงผลใกล้เคียงกับหน้าเว็บ ดังนั้น จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้ซึ่งไม่ชอบทำงานกับหน้าโค้ดเป็นปกตินิสัย
  • มีระบบการตรวจสอบโค้ดที่เข้มงวด เป็นที่ยอมรับของผู้ใช้โดยทั่วไป และจะทำงานทันทีเมื่อปุ่มบันทึก (save) ถูกคลิก

จุดด้อย

  • ไฟล์ทั้งหมดโดยรวมมีขนาดใหญ่ จึงใช้เวลาในการอัพโหลดยาวนานกว่า
  • ใช้เวลาในการโหลดองค์ประกอบต่างๆ ยาวนานกว่า การทำงานจึงใช้เวลายาวนานกว่า
  • ในรุ่นที่ไม่มีการปรับปรุงโดย ผู้นำไปใช้ต่อ ยากที่จะสามารถ เพิ่มคุณสมบัติหรือกำหนดค่า แบบ INLINE เพิ่มเติมได้
  • การเรียงตัวของโค้ดในหน้าโค้ด อยู่ในลักษณะกระจัดกระจาย อันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ หน้าเว็บมีขนาดความจุใหญ่กว่าที่ควร
  • การสร้างและอัพเดทเนื้อหา ซึ่งต้องการผลสัมฤทธิ์สูงกว่าเว็บไซต์ธรรมดาทั่วไป ไม่สามารถเป็นเครื่องมือนำไปสู่ความสำเร็จได้ บ่อยครั้งสำหรับ Joomla แล้วจึงถูกปิดการใช้งานอยู่บ่อยครั้ง เพื่อเปลี่ยนเป็นใช้ตัวเลือกอื่นแทน เช่น โปรแกรม Codemirror หรือ ไม่เลือกใช้โปรแกรมใดๆ (none) เลย ดังนั้น ค่าบริการ...แน่นอน จึงค่อนข้างสูงกว่าตามที่เจ้าของเว็บไซต์คาดการณ์ไว้แต่แรก ซึ่งหากเจ้าของเว็บไซต์ไม่ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เป็นไปได้ว่าสุดท้ายแล้ว เจ้าของเว็บไซต์อาจไม่เลือกผู้ให้บริการซึ่งมีประสบการณ์และมีความชำนาญมากกว่า งานที่ออกมาจึงอาจด้อยคุณภาพหรือไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการแต่แรก

สำหรับบางความต้องการและจุดประสงค์แล้ว โปรแกรมที่สมบูรณ์พร้อมสรรพ ก็อาจกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่ยากจะย่อยทลายให้เหลือชิ้นเล็กๆและหมดสิ้นไปได้

โปรแกรม
markItUp

Content Editor - markItUp

โปรแกรม Content Editor ประเภทมีความยืดหยุ่นสูง แต่มักไม่ค่อยได้รับความนิยมจาก ผู้ใช้ในระดับความรู้ผู้เริ่มต้นทั่วไป เนื่องจากการแสดงผลของข้อมูล แตกต่างจากหน้าเว็บอย่างสิ้นเชิง การตรวจสอบตำแหน่งแสดงผลขององค์ประกอบของเนื้อหาแต่ละส่วน กระทำได้ด้วยความยากลำบากในขณะเขียนหรือปรับปรุงแก้ไขเนื้อหา โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ซึ่งไม่สามารถควบคุมสมาธิของตนเองได้ดี

จุดเด่น

  • ขนาดความจุของไฟล์โดยรวม เล็ก จึงอัพโหลดได้รวดเร็ว
  • เมื่อถูกเปิดใช้งาน โหลดองค์ประกอบ ได้แก่ ปุ่มเครื่องมือและเมนูต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
  • ตลอดระยะเวลาที่กำลังทำการเขียนหรือปรับปรุงเนื้อหา ผู้ใช้สามารถควบคุมการแสดงผลขององค์ประกอบแต่ละส่วน ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มตามความรู้และความชำนาญของผู้ใช้
  • เป็นโปรแกรมซึ่งผู้ใช้มีความชำนาญสามารถเพิ่ม ปุ่มเครื่องมือ และ เมนูคำสั่ง ได้ด้วยตนเอง และรวมทั้ง ติดตั้งปลักอินเพิ่มเติม
  • ทุกครั้งที่ทำการบันทึก ข้อมูลจะเป็นไปตามการจัดวางของผู้ใช้ ไม่กระจัดกระจายเมื่อตรวจสอบจากภายใน หน้าโค้ด ดังนั้น ปัญหาเรื่องขนาดความจุของ หน้าเว็บหรือหน้าเนื้อหา มีขนาดใหญ่กว่าที่ควร จึงยากจะเกิดขึ้น
  • เป็นโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องทำงานกับหน้าโค้ดโดยตรง รวมทั้งไม่มีระบบตรวจสอบความถูกต้องของโค้ดซึ่งถูกผู้ใช้สร้างขึ้น ดังนั้น จึงให้อิสระในการแทรกแท็กและเขียนโค้ดเพิ่มเติมได้ง่ายกว่า

ภาคอีสาน (20)
ภาคกลาง (22)
ภาคใต้ (14)