รับทำเว็บไซต์ Google Sites

รับทำเว็บไซต์ Google Sites

รับทำเว็บไซต์ Google Sites

Google Sites: จุดเด่น

  • หนึ่งในผลิตภัณฑ์ฟรีของ Google ใช้งานได้ฟรีเพียงมี Free Gmail Account หรือ Google Workspaces Account
  • ไม่จำกัดจำนวนเว็บไซต์ ไม่จำกัดจำนวนหน้าเว็บ สร้างเว็บไซต์เพิ่มจำนวนหน้าเว็บได้ไม่จำกัดจำนวน ตราบใดที่ พื้นที่โดยรวมขนาด 15 GB ยังไม่เต็ม
  • มีระบบแอดมิน สามารถแก้ไขได้โดยตนเองและผู้อื่นที่ได้รับมอบหมายเป็นการเฉพาะ จากทุกแหล่งที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตและสามารถเข้าถึงระบบ
  • ออนไลน์อยู่บน Google Cloud Servers จึง ปลอดภัยจากการถูกแฮค ปลอดภัยจากเว็บล่ม มีความเสถียร ในอัตราที่สูง
  • ใช้ ชื่อโดเมน ในระดับ Top-Level-Domain ได้ เชื่อมต่อได้ทั้งกับ ชื่อโดเมน ซึ่งเดิมได้จดทะเบียนไว้แล้ว และ ชื่อโดเมนที่ต้องการจดทะเบียนขึ้นมาใหม่ และได้ทั้งชื่อโดเมนที่จดทะเบียนกับ Google เอง หรือเป็นชื่อโดเมนที่จดทะเบียนจากแหล่งอื่นซึ่งลูกค้าให้ความไว้วางใจ

Google Sites: ข้อจำกัด

  • ปรับแต่งโครงสร้าง SEO เชิงลึกได้จำกัด แทบทำสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับ SEO ไม่ได้ ตัวอย่างเช่น Title Bar ที่บังคับผูกติดกับชื่อเมนู ทำให้ไม่สามารถปรับแต่งอย่างอิสระได้ รวมทั้ง ไม่สามารถปรับแต่งแก้ไขไฟล์อย่าง robots.txt และ .htaccess
  • ไม่สามารถลดขนาดหน้าเว็บและรีดความเร็วเพื่อทำให้โหลดได้เร็วขึ้น ทุกอย่างในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ Modern Framework และเทคนิก-กลวิธีใหม่ๆ ขึ้นอยู่กับ Google เป็นหลัก ผู้ใช้ไม่สามารถนำอะไรเข้าไปเบียดเข้าไปแทรก
  • ลูกเล่นและการออกแบบ (Customization) น้อย ไม่สามารถใส่โค้ดฝั่ง Server-side (เช่น PHP, Node.js) ได้ ทำได้แค่ฝัง HTML/JavaScript ภายนอกเล็กๆ น้อยๆ หน้าตาเว็บจึงมักจะดูคลีนๆ เรียบๆ คล้ายกันเหมือนกันกับ เว็บไซต์เว็บอื่นๆของเรา หรือแม้แต่บริษัทคู่แข่งของเรา ละม้ายกับนักเรียนในโรงเรียนที่ต้องสวมเครื่องแบบเหมือนหรือคล้ายกัน 🤣
  • ระบบจัดการสมาชิกและฐานข้อมูล (Database) ทำไม่ได้ การจะทำเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ที่มีระบบตะกร้าสินค้า ระบบสมาชิก Log-in หลังบ้าน หรือเว็บบอร์ด ด้วย Google Sites จึงเป็นเรื่องที่ไกลสุดเอื้อม หรือ Impossible Mission สิ่งที่ทำได้คือ แทรกปุ่มใส่ลิงก์หรือฟอร์มติดต่อเท่านั้น
  • ย้ายค่ายยาก (Platform Lock-in) หากวันหนึ่งต้องการย้ายเว็บออกจาก Google Sites ไปเป็น WordPress หรือระบบอื่น จะไม่สามารถดึงฐานข้อมูลย้ายไปตรงๆ ได้ ต้องเริ่มต้นสร้างใหม่ทั้งหมด
  • ฟีเจอร์บล็อกหรือบทความจำกัด ไม่มีระบบจัดการบทความ (CMS) ที่ยืดหยุ่นเหมือน WordPress เวลาโพสต์บทความหลายๆ หน้า การจัดหมวดหมู่หรือทำ Tag จะค่อนข้างจำกัดและจัดระเบียบยาก เพราะทุกอย่างต้องทำด้วยตนเองในแบบ Manual ทั้งหมด 100% ไม่มีระบบอัตโนมัติคอยช่วยจัดการหลังบ้านเหมือน WordPress ทำให้เสียเวลา รวมทั้งขาดประสิทธิภาพที่จะสามารถเทียบเท่าได้ ซึ่งหากคุณคิดจะทำบล็อกหรือโพสต์บทความหลายๆ หน้าด้วย Google Sites คุณจะเผชิญกับข้อจำกัดที่ต้องจัดการด้วยตนเองในแบบ 'วิธีโบราณ' เองดังต่อไปนี้:
    • ต้องสร้างหน้าบทความทีละหน้า เวลาจะลงบทความใหม่ 1 บทความ คุณต้องกดสร้าง Sub-page ใหม่ทีละหน้าด้วยตัวเองทุกครั้ง
    • ต้องทำสารบัญหรือหน้าแรกของบล็อกเอง Google Sites ไม่มีระบบดึงโพสต์ล่าสุด (Recent Posts) มาแสดงอัตโนมัติ เวลาคุณทำหน้าหลักรวมบทความ คุณต้องคอย Copy ลิงก์แล้วแปะทำป้ายเมนู หรือทำรูปภาพลิงก์บทความใหม่ด้วยตนเองทุกครั้งเมื่อมีบทความเพิ่ม
    • ต้องจัดหมวดหมู่และ Tag เอง ไม่สามารถกดคลิก Tag แล้วระบบกรองบทความให้อัตโนมัติได้ หากต้องการจัดหมวดหมู่ คุณต้องสร้างหน้าแยกสำหรับแต่ละหมวดหมู่ แล้วคอยหยิบลิงก์บทความในหมวดนั้นๆ มาแทรกไว้ในหน้านั้นๆ ด้วยตัวเอง
  • ความเหมาะสมสำหรับประเภทเว็บไซต์โดยสรุป จากข้อจำกัดดังได้กล่าว Google Sites จึง เหมาะกับงานประเภท Landing Page, เว็บไซต์บริษัท, พอร์ตโฟลิโอ, เว็บแนะนำบริการเฉพาะทาง (Niche Site) ที่ต้องการความรวดเร็ว ประหยัดงบ และดูแลรักษาง่าย แต่หากเป็นเว็บที่ต้องซับซ้อน มีระบบหลังบ้าน หรือต้องการลูกเล่น SEO ขั้นสูง ระบบอื่นอาจตอบโจทย์กว่า

Google Sites: คุณสมบัติ/องค์ประกอบที่มีให้ใช้งาน

  • Text box: กล่องข้อความ สำหรับใส่หัวข้อ เนื้อหา รายละเอียด หรือบทความ สามารถปรับขนาดตัวอักษร ทำตัวหนา เอียง ทำรายการแบบ Bullet หรือใส่ลิงก์ได้อย่างอิสระ
  • Images ฟังก์ชันสำหรับแทรกภาพ รองรับภาพที่ต้องการอัพโหลด หรือเลือกค้นหารูปภาพฟรีจาก Google หรือ ที่เคยอัพโหลดอัตโนมัติจากเครื่องส่วนตัว (sync) ไว้แล้ว รวมทั้งสามารถเลือกซ่อน คำบรรยายภาพ (หากมี) ได้ ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่มีการใส่คำบรรยาภาพไว้ รวมทั้งเลือกใช้ฟังก์ชัน "Callapse" จะมีปุ่มถูกแสดงผลออกมาแทนเพื่อให้เป็นที่สังเกตและทราบว่า มีบางอย่างเกี่ยวข้องกับภาพนี้อยู่ หากอยากรู้ว่าเป็นอะไร (สำหรับคนไม่มีประสบการณ์กับ Google Sites) ก็ต้องลองคลิกดู 🤣
  • Embed (การฝังโค้ด) ฟังก์ชันทรงพลังที่ช่วยทำให้ผู้ใช้สามารถฝังโค้ด HTML, JavaScript หรือไอเฟรม (iFrame) เพิ่มเติมได้ เช่น ฝังโค้ดหรือลิงค์ของ แผนที่ Google Maps, ฟอร์มติดต่อ, แชท LINE, หรือสคริปต์ระบบชำระเงิน
  • Drive ฟังก์ชันที่ช่วยทำให้สามารถดึงข้อมูลจาก Google Drive มาแสดงผลบนหน้าเว็บได้ทันที ตัวอย่างเช่น
    • Google Docs / Slides / Sheets ฝังเอกสาร รายงาน ตารางคำนวณ หรือสไลด์นำเสนอให้ลูกค้าเปิดดูบนเว็บไซต์
    • Google Forms สร้างแบบฟอร์มรับสมัครงาน แบบสอบถาม หรือฟอร์มติดต่อสอบถาม แล้วให้ข้อมูลวิ่งเข้ากล่องอีเมลหรือชีตโดยตรง
    • Google Calendar ฝังปฏิทินนัดหมายเพื่อให้ลูกค้าจองคิวหรือดูตารางกิจกรรม
  • Content Blocks ฟังก์ชันชุดบล็อก สำหรับจัดวางรูปภาพและข้อความให้อยู่ในกลุ่มในก้อนเดียวกัน ซึ่งมีให้เลือกใช้งานทั้งหมด 6 รูปแบบ เหมาะสำหรับทำหน้าแนะนำบริการ ทีมงาน หรือบทความสั้นๆ
  • Collapsible Group: ฟังก์ชันกลุ่มข้อความยุบขยาย เป็นฟังก์ชันเด็ดสำหรับทำ FAQ (คำถามที่พบบ่อย) หรือหน้าข้อมูลที่มีเนื้อหายาวๆ ช่วยให้หน้าเว็บดูสะอาดตา ไม่รก โดยผู้เข้าชมสามารถคลิกปุ่มลูกศรเพื่อ "ขยาย/กางเนื้อหา" อ่านรายละเอียด หรือ "พับเก็บ" ซ่อนข้อความเมื่ออ่านจบได้ทันที เหมาะสำหรับใช้ซ่อนเนื้อหายิบย่อยภายใต้หัวข้อหลัก
  • Table of Contents: ส่วนของสารบัญ ฟังก์ชันช่วยสร้างสารบัญหน้าเว็บแบบอัตโนมัติ โดยระบบจะดึงหัวข้อหลักและหัวข้อรอง (Heading) ในหน้าเว็บนั้นมาเรียงร้อยเป็นลิงก์สารบัญให้อยู่ด้านบนหรือด้านข้าง เมื่อผู้เข้าชมคลิกหัวข้อใด หน้าเว็บก็จะเลื่อนพาส่งไปยังเนื้อหาส่วนนั้นทันที เหมาะสำหรับหน้าเว็บที่มีเนื้อหายาว หรือบทความบทเรียน ช่วยทำให้คนอ่านไม่ต้องเลื่อนหาข้อมูลให้เหนื่อย
  • Image Carousel สไลด์ภาพ ฟังก์ชันสำหรับรวมรูปภาพหลายๆ รูปมาจัดแสดงในพื้นที่เดียวกันในรูปแบบสไลด์โชว์ ผู้เข้าชมสามารถกดลูกศรซ้าย-ขวาเพื่อเลื่อนดูภาพผลงาน สินค้า หรือบรรยากาศร้านค้าได้ทีละรูป ช่วยทำให้หน้าเว็บมีลูกเล่นน่าสนใจ และช่วยประหยัดพื้นที่บนหน้าเว็บแต่ละหน้าได้เป็นอย่างดี
    • Show dots เลือกแสดง วงกลมแสดงตำแหน่งของแต่ละภาพหรือไม่
    • Show captions ต้องการแสดง คำบรรยาภาพ ของแต่ละภาพหรือไม่
    • Auto-start เลือกให้ภาพเลื่อนอัตโนมัติ หรือ ใช้ผู้ใช้คลิกเลื่อนภาพเอง
    • Transition speed ความเร็วในการเลื่อนภาพอัตโนมัติ และมีให้เลือก 4 ระดับ