รับทำเว็บไซต์ Google Sites

รับทำเว็บไซต์ Google Sites

รับทำเว็บไซต์ Google Sites ราคาถูก ปรับปรุงแก้ไข Google Sites, รับอัพเดทเนื้อหาใน Google Sites, รับจดทะเบียนชื่อโดเมนสำหรับ Google Sites, รับเชื่อมต่อชื่อโดเมนสำหรับ Google Sites, รับเชื่อมต่อ Google Workspace กับ Google Sites, รับเปิด Account เพื่อใช้ Gmail ด้วยชื่อโดเมนที่คุณจดทะเบียน, รับทำเว็บไซต์บริษัทด้วย Google Sites

รับทำเว็บไซต์ Google Sites

Google Sites: จุดเด่น

  • หนึ่งในผลิตภัณฑ์ฟรีของ Google ใช้งานได้ฟรีเพียงมี Free Gmail Account หรือ Google Workspaces Account
  • ไม่จำกัดจำนวนเว็บไซต์ ไม่จำกัดจำนวนหน้าเว็บ สร้างเว็บไซต์เพิ่มจำนวนหน้าเว็บได้ไม่จำกัดจำนวน ตราบใดที่ พื้นที่โดยรวมขนาด 15 GB ยังไม่เต็ม
  • มีระบบแอดมิน สามารถแก้ไขได้โดยตนเองและผู้อื่นที่ได้รับมอบหมายเป็นการเฉพาะ จากทุกแหล่งที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตและสามารถเข้าถึงระบบ
  • ออนไลน์อยู่บน Google Cloud Servers จึง ปลอดภัยจากการถูกแฮค ปลอดภัยจากเว็บล่ม มีความเสถียร ในอัตราที่สูง
  • ใช้ ชื่อโดเมน ในระดับ Top-Level-Domain ได้ เชื่อมต่อได้ทั้งกับ ชื่อโดเมน ซึ่งเดิมได้จดทะเบียนไว้แล้ว และ ชื่อโดเมนที่ต้องการจดทะเบียนขึ้นมาใหม่ และได้ทั้งชื่อโดเมนที่จดทะเบียนกับ Google เอง หรือเป็นชื่อโดเมนที่จดทะเบียนจากแหล่งอื่นซึ่งลูกค้าให้ความไว้วางใจ

Google Sites: ข้อจำกัด

  • ปรับแต่งโครงสร้าง SEO เชิงลึกได้จำกัด แทบทำสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับ SEO ไม่ได้ ตัวอย่างเช่น Title Bar ที่บังคับผูกติดกับชื่อเมนู ทำให้ไม่สามารถปรับแต่งอย่างอิสระได้ รวมทั้ง ไม่สามารถปรับแต่งแก้ไขไฟล์อย่าง robots.txt และ .htaccess
  • ไม่สามารถลดขนาดหน้าเว็บและรีดความเร็วเพื่อทำให้โหลดได้เร็วขึ้น ทุกอย่างในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ Modern Framework และเทคนิก-กลวิธีใหม่ๆ ขึ้นอยู่กับ Google เป็นหลัก ผู้ใช้ไม่สามารถนำอะไรเข้าไปเบียดเข้าไปแทรก
  • ลูกเล่นและการออกแบบ (Customization) น้อย ไม่สามารถใส่โค้ดฝั่ง Server-side (เช่น PHP, Node.js) ได้ ทำได้แค่ฝัง HTML/JavaScript ภายนอกเล็กๆ น้อยๆ หน้าตาเว็บจึงมักจะดูคลีนๆ เรียบๆ คล้ายกันเหมือนกันกับ เว็บไซต์เว็บอื่นๆของเรา หรือแม้แต่บริษัทคู่แข่งของเรา ละม้ายกับนักเรียนในโรงเรียนที่ต้องสวมเครื่องแบบเหมือนหรือคล้ายกัน 🤣
  • ระบบจัดการสมาชิกและฐานข้อมูล (Database) ทำไม่ได้ การจะทำเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ที่มีระบบตะกร้าสินค้า ระบบสมาชิก Log-in หลังบ้าน หรือเว็บบอร์ด ด้วย Google Sites จึงเป็นเรื่องที่ไกลสุดเอื้อม หรือ Impossible Mission สิ่งที่ทำได้คือ แทรกปุ่มใส่ลิงก์หรือฟอร์มติดต่อเท่านั้น
  • ย้ายค่ายยาก (Platform Lock-in) หากวันหนึ่งต้องการย้ายเว็บออกจาก Google Sites ไปเป็น WordPress หรือระบบอื่น จะไม่สามารถดึงฐานข้อมูลย้ายไปตรงๆ ได้ ต้องเริ่มต้นสร้างใหม่ทั้งหมด
  • ฟีเจอร์บล็อกหรือบทความจำกัด ไม่มีระบบจัดการบทความ (CMS) ที่ยืดหยุ่นเหมือน WordPress เวลาโพสต์บทความหลายๆ หน้า การจัดหมวดหมู่หรือทำ Tag จะค่อนข้างจำกัดและจัดระเบียบยาก เพราะทุกอย่างต้องทำด้วยตนเองในแบบ Manual ทั้งหมด 100% ไม่มีระบบอัตโนมัติคอยช่วยจัดการหลังบ้านเหมือน WordPress ทำให้เสียเวลา รวมทั้งขาดประสิทธิภาพที่จะสามารถเทียบเท่าได้ ซึ่งหากคุณคิดจะทำบล็อกหรือโพสต์บทความหลายๆ หน้าด้วย Google Sites คุณจะเผชิญกับข้อจำกัดที่ต้องจัดการด้วยตนเองในแบบ 'วิธีโบราณ' เองดังต่อไปนี้:
    • ต้องสร้างหน้าบทความทีละหน้า เวลาจะลงบทความใหม่ 1 บทความ คุณต้องกดสร้าง Sub-page ใหม่ทีละหน้าด้วยตัวเองทุกครั้ง
    • ต้องทำสารบัญหรือหน้าแรกของบล็อกเอง Google Sites ไม่มีระบบดึงโพสต์ล่าสุด (Recent Posts) มาแสดงอัตโนมัติ เวลาคุณทำหน้าหลักรวมบทความ คุณต้องคอย Copy ลิงก์แล้วแปะทำป้ายเมนู หรือทำรูปภาพลิงก์บทความใหม่ด้วยตนเองทุกครั้งเมื่อมีบทความเพิ่ม
    • ต้องจัดหมวดหมู่และ Tag เอง ไม่สามารถกดคลิก Tag แล้วระบบกรองบทความให้อัตโนมัติได้ หากต้องการจัดหมวดหมู่ คุณต้องสร้างหน้าแยกสำหรับแต่ละหมวดหมู่ แล้วคอยหยิบลิงก์บทความในหมวดนั้นๆ มาแทรกไว้ในหน้านั้นๆ ด้วยตัวเอง
  • ความเหมาะสมสำหรับประเภทเว็บไซต์โดยสรุป จากข้อจำกัดดังได้กล่าว Google Sites จึง เหมาะกับงานประเภท Landing Page, เว็บไซต์บริษัท, พอร์ตโฟลิโอ, เว็บแนะนำบริการเฉพาะทาง (Niche Site) ที่ต้องการความรวดเร็ว ประหยัดงบ และดูแลรักษาง่าย แต่หากเป็นเว็บที่ต้องซับซ้อน มีระบบหลังบ้าน หรือต้องการลูกเล่น SEO ขั้นสูง ระบบอื่นอาจตอบโจทย์กว่า

Google Sites: คุณสมบัติ/องค์ประกอบที่มีให้ใช้งาน

  • Text box: กล่องข้อความ สำหรับใส่หัวข้อ เนื้อหา รายละเอียด หรือบทความ สามารถปรับขนาดตัวอักษร ทำตัวหนา เอียง ทำรายการแบบ Bullet หรือใส่ลิงก์ได้อย่างอิสระ
  • Images ฟังก์ชันสำหรับแทรกภาพ รองรับภาพที่ต้องการอัพโหลด หรือเลือกค้นหารูปภาพฟรีจาก Google หรือ ที่เคยอัพโหลดอัตโนมัติจากเครื่องส่วนตัว (sync) ไว้แล้ว รวมทั้งสามารถเลือกซ่อน คำบรรยายภาพ (หากมี) ได้ ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่มีการใส่คำบรรยาภาพไว้ รวมทั้งเลือกใช้ฟังก์ชัน "Callapse" จะมีปุ่มถูกแสดงผลออกมาแทนเพื่อให้เป็นที่สังเกตและทราบว่า มีบางอย่างเกี่ยวข้องกับภาพนี้อยู่ หากอยากรู้ว่าเป็นอะไร (สำหรับคนไม่มีประสบการณ์กับ Google Sites) ก็ต้องลองคลิกดู 🤣
  • Embed (การฝังโค้ด) ฟังก์ชันทรงพลังที่ช่วยทำให้ผู้ใช้สามารถฝังโค้ด HTML, JavaScript หรือไอเฟรม (iFrame) เพิ่มเติมได้ เช่น ฝังโค้ดหรือลิงค์ของ แผนที่ Google Maps, ฟอร์มติดต่อ, แชท LINE, หรือสคริปต์ระบบชำระเงิน
  • Drive ฟังก์ชันที่ช่วยทำให้สามารถดึงข้อมูลจาก Google Drive มาแสดงผลบนหน้าเว็บได้ทันที ตัวอย่างเช่น
    • Google Docs / Slides / Sheets ฝังเอกสาร รายงาน ตารางคำนวณ หรือสไลด์นำเสนอให้ลูกค้าเปิดดูบนเว็บไซต์
    • Google Forms สร้างแบบฟอร์มรับสมัครงาน แบบสอบถาม หรือฟอร์มติดต่อสอบถาม แล้วให้ข้อมูลวิ่งเข้ากล่องอีเมลหรือชีตโดยตรง
    • Google Calendar ฝังปฏิทินนัดหมายเพื่อให้ลูกค้าจองคิวหรือดูตารางกิจกรรม
  • Content Blocks ฟังก์ชันชุดบล็อก สำหรับจัดวางรูปภาพและข้อความให้อยู่ในกลุ่มในก้อนเดียวกัน ซึ่งมีให้เลือกใช้งานทั้งหมด 6 รูปแบบ เหมาะสำหรับทำหน้าแนะนำบริการ ทีมงาน หรือบทความสั้นๆ
  • Collapsible Group: ฟังก์ชันกลุ่มข้อความยุบขยาย เป็นฟังก์ชันเด็ดสำหรับทำ FAQ (คำถามที่พบบ่อย) หรือหน้าข้อมูลที่มีเนื้อหายาวๆ ช่วยให้หน้าเว็บดูสะอาดตา ไม่รก โดยผู้เข้าชมสามารถคลิกปุ่มลูกศรเพื่อ "ขยาย/กางเนื้อหา" อ่านรายละเอียด หรือ "พับเก็บ" ซ่อนข้อความเมื่ออ่านจบได้ทันที เหมาะสำหรับใช้ซ่อนเนื้อหายิบย่อยภายใต้หัวข้อหลัก
  • Table of Contents: ส่วนของสารบัญ ฟังก์ชันช่วยสร้างสารบัญหน้าเว็บแบบอัตโนมัติ โดยระบบจะดึงหัวข้อหลักและหัวข้อรอง (Heading) ในหน้าเว็บนั้นมาเรียงร้อยเป็นลิงก์สารบัญให้อยู่ด้านบนหรือด้านข้าง เมื่อผู้เข้าชมคลิกหัวข้อใด หน้าเว็บก็จะเลื่อนพาส่งไปยังเนื้อหาส่วนนั้นทันที เหมาะสำหรับหน้าเว็บที่มีเนื้อหายาว หรือบทความบทเรียน ช่วยทำให้คนอ่านไม่ต้องเลื่อนหาข้อมูลให้เหนื่อย
  • Image Carousel สไลด์ภาพ ฟังก์ชันสำหรับรวมรูปภาพหลายๆ รูปมาจัดแสดงในพื้นที่เดียวกันในรูปแบบสไลด์โชว์ ผู้เข้าชมสามารถกดลูกศรซ้าย-ขวาเพื่อเลื่อนดูภาพผลงาน สินค้า หรือบรรยากาศร้านค้าได้ทีละรูป ช่วยทำให้หน้าเว็บมีลูกเล่นน่าสนใจ และช่วยประหยัดพื้นที่บนหน้าเว็บแต่ละหน้าได้เป็นอย่างดี
    • Show dots เลือกแสดง วงกลมแสดงตำแหน่งของแต่ละภาพหรือไม่
    • Show captions ต้องการแสดง คำบรรยาภาพ ของแต่ละภาพหรือไม่
    • Auto-start เลือกให้ภาพเลื่อนอัตโนมัติ หรือ ใช้ผู้ใช้คลิกเลื่อนภาพเอง
    • Transition speed ความเร็วในการเลื่อนภาพอัตโนมัติ และมีให้เลือก 4 ระดับ
  • Button ปุ่มสร้างการเชื่อมโยง สำหรับกระตุ้นการตัดสินใจ (Call to Action) ซึ่งช่วยนำพาผู้เข้าชมไปยังหน้าเว็บอื่น หน้าภายในเว็บไซต์เดียวกัน หรือลิงก์ภายนอก (เช่น กดปุ่มเพื่อเพิ่มเพื่อนใน LINE, ไปหน้าติดต่อเรา หรือลิงก์ไปหน้าชำระเงิน) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นจุดคลิกเด่นชัดและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น
  • Divider เส้นขั้นหรือเส้นแบ่งในแนวขวาง
  • Spacer จะเรียกในภาษาไทยว่า แถบคั่นเนื้อหา แถบแบ่งเนื้อหา น่าจะไม่ผิด พิเศษกว่า Divider ก็คือ สามารถกำหนดความสูงได้ตามใจชอบ รวมทั้งกำหนดสีหรือภาพพื้นหลัง แต่ในส่วนของสีนั้นสามารถเลือกได้แต่เฉพาะสีที่มีให้เลือกในแต่ละ Theme เท่านั้น
  • Social Links ฟังก์ชันเชื่อมโยง Social Media ซึ่งสามารถเพิ่มได้ เหมือน😁ไม่อั้น รวมทั้งเลือกภาพเพื่อใช้ในการแสดงผลได้ด้วย ตัวอย่างเช่น อาจเป็นภาพแบนเนอร์โปรโมทสินค้า หรือ อาจเป็นภาพหน้าปกวิดีโอซึ่งเมื่อคลิกแล้ววิ่งไปยังช่องวิดีโอของเจ้าของเว็บไซต์หรือตามเป้าหมายเชื่อมโยงที่เจ้าของเว็บไซต์ต้องการ
  • Placeholder พื้นที่สำรองสำหรับใส่เนื้อหา เป็นพื้นที่ว่างทรงสี่เหลี่ยมพร้อมไอคอนอเนกประสงค์ ที่เราสามารถใช้เป็น "พื้นที่ตัวแทน" ลากมาวางจัดโครงร่างหน้าเว็บ (Layout) ไว้ก่อนล่วงหน้าในจุดที่ยังไม่มีรูปภาพหรือข้อความจริง เมื่อพร้อมแล้วค่อยกดเลือกอัปโหลดรูปภาพ แทรกวิดีโอ หรือใส่ข้อความลงไปแทนที่ ช่วยทำให้การวางแผนโครงสร้างหน้าเว็บทั้งหมด สามารถทำให้แล้วเสร็จได้โดยไม่ต้องรอให้เตรียมรูปหรือเนื้อหาให้ครบทุกจุดก่อน
  • อื่นๆ ซึ่งสามารถเข้าใจได้ในทันทีเมื่อเห็นไอคอน และคงไม่ต้องขยายความใดๆ ได้แก่
    • YouTube
    • Calendar
    • Map
    • Docs
    • Slides งานนำเสนอ Google Slides ซึ่งหลายคนอาจนึกไม่ออก แต่ถ้าบอกว่าก็เหมือนกับ MS PowerPoint นั่นแหละ คราวนี้คง อ๋อ... เป็นเครื่องมือสำหรับฝังไฟล์งานนำเสนอจาก Google Slides ลงบนหน้าเว็บไซต์โดยตรง ผู้เข้าชมสามารถกดคลิกสไลด์ถัดไป (Next/Previous) เพื่อเปิดดูพรีเซนต์ สินค้า แคตตาล็อก หรือข้อมูลบริษัทแบบสไลด์โชว์ได้ทันทีบนหน้าเว็บ โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดไฟล์
    • Sheets
    • Forms
    • Charts
  • สรุป จากฟังก์ชันหรือเครื่องมือทั้งหมด 21 รายการ ที่ Google ให้ใช้ฟรี อีกทั้งมีพื้นที่เก็บไฟล์ได้มากถึง 15 GB นับว่า จุใจและเกินพอ กระนั้น จะสำหรับใครบ้าง นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการและความจำเป็นของแต่ละคน ในขณะเดียวกันก็มีหลายสิ่งที่ต้องคำถึงด้วยเช่นกัน และสิ่งที่สำคัญมากที่สุดเหนืออื่นใดก็คือ วันหนึ่ง เว็บไซต์ของคุณหรือทั้งหมดใน Account ของคุณอาจปลิวได้หากการใช้งานในแต่ละสิ่งในแต่ละอย่างนั้น เป็นการใช้งานอย่างไม่เข้าใจกฎหรือไม่เคารพกฎ

Google Sites: เมื่อต้องการมีเว็บไซต์ เริ่มต้นอย่างไรก่อน

  • ทำอะไรเองได้ก็ทำไป เพราะการเจ้างให้ผู้อื่นเริ่มต้นให้ทั้งหมด แน่นอน ใช้เงินใช้งบมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่น่าจะดำเนินการเองได้คือ การเปิดบัญชีผู้ใช้ Google (Google Account/Gmail) เพราะน่าจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ง่ายที่สุด แต่หากไม่สะดวกจริงๆ คงไม่มีใครว่ากระไร เพียงแต่ต้องยอมรับเท่านั้นเองว่า คุณรับค่าใช้จ่ายไปเลย เต็มร้อย!
  • ควรเปิดบัญชีผู้ใช้ Google (Google Account/Gmail) แยกต่างหาก กรณีที่คุณจำเป็นต้องให้ผู้อื่นรับหน้าที่เป็นแอดมิน (Admin) หรือผู้ดูแลเว็บไซต์ Google Sites จำเป็นต้องแยกอีก Account เพื่อป้องกันผู้อื่นเข้าถึงแหล่งข้อมูลอื่นๆ เช่น Email, Youtube Chanel, Google Business Profile, Google Drive, Google Calendar, Google Docs, Google Sheets, Google Slides ฯลฯ ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวและมีความสำคัญต่อชีวิตและอาชีพการงาน
  • ตระเตรียมเนื้อหาทุกอย่างที่ต้องใช้ ภาพ วิดีโอ คำบรรยาย คำอธิบาย รายละเอียดในแต่ละส่วนซึ่งเป็นข้อความ สไลด์ ข้อมูลติดต่อ ที่อยู่ พิกัดบนแผนที่ และอื่นๆอีกมากมาย ขึ้นอยู่กับว่า คุณต้องใช้อะไรหรือคุณต้องการใช้อะไร ซึ่งแม้คุณอาจโยนทั้งหมดให้ผู้อื่นทำได้ คำถาม เป็นไปได้ไหมว่าผู้นั้นเขาจะล่วงรู้ถึงสิ่งที่คุณกำลังจะทำในเว็บไซต์ในทุกๆเรื่อง
  • ชื่อโดเมน ตกลงกับตัวเองให้เรียบร้อยว่า ต้องการจดทะเบียนชื่อโดเมน หรือ ใช้ชื่อโดเมนที่ Google Sites สร้างให้ ซึ่งแน่นอนว่า ฟรี ตัวอย่างเช่น https://sites.google.com/view/misterknow ซึ่งยาวกว่าชื่อโดเมนที่เราเลือกจดทะเบียนเอง รวมทั้งดูเป็น "มืออาชีพ" น้อยกว่า ตัวอย่างเช่น https://misterknow.net กรณีต้องการจดทะเบียนชื่อโดเมนใหม่ จะใช้ชื่อะไร นึกคิดไว้หลายๆชื่อ เพราะถ้าเป็นชื่อที่ไม่เฉพาะเจาะจงจริงๆ น้อยนักจะยังหลงเหลืออยู่ (ผู้อื่นจดทะเบียนไปแล้ว) ไม่ควรใช้ชื่อภาษาไทยแม้จะสามารถจดทะเบียนได้ เพราะสร้างปัญหาให้มากกว่าการได้ประโยชน์จากการเป็นชื่อไทยที่จดจำได้ง่าย...สำหรับคนไทย (🤣แล้วแบบนี้จะ Go Inter อย่างไรล่ะท่าน) เว็บไซต์คุณจะติดหน้าแรกหรือไม่ จำไว้อย่างหนึ่งคือ ชื่อโดเมน ไม่เกี่ยว🤗
  • คลิปวิดีโอ ควรอย่างยิ่งอัพโหลดขึ้นไปที่ YouTube เพราะการแสดงผลทำได้รวดเร็วกว่า อีกประการ นานวันไปอาจกลายเป็นช่องทางสร้างรายได้ได้อีกช่องทางอย่างไม่ตั้งใจ ไม่ใช่อัพโหลดขึ้นไปเก็บไว้ใน Google Drive
  • ภาพประกอบเนื้อหา อย่างน้อยที่สุดควรกว้าง 1280 พิกเซล ไม่กว้างน้อยหรือมากไปกว่านี้ และอย่าคิดว่า "เฮ้ย! เอาระดับ 4K ไปเลย" เพราะแม้ Google จะมีระบบ Image Optimization แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่างจะดีขึ้นเสมอไป เพราะบางครั้งภาพที่กว้างมากเกินไป อาจทำให้การแสดงผลช้าลง หรือบางครั้งอาจทำให้ภาพแตกพร่าได้เช่นกัน ประการสำคัญสำหรับภาพที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นและเหมาะสม พวกมันสร้างความสิ้นเปลืองให้กับพื้นที่ฟรี 15 GB ของคุณ พวกมันเป็นตัวเร่งให้ต้องอัพเกรดเปลี่ยนจากฟรีกลายเป็นเสียเงินต่อเดือน 🏋️
  • หาคนทำเว็บไซต์ Google Sites ที่มีความรู้และชำนาญจริง จะรู้ได้อย่างไร ง่ายที่สุดคือ ดูจากเว็บไซต์ลูกค้าของพวกเขา หรือ เว็บไซต์ของพวกเขาเองที่อาจมีบางเว็บไซต์ที่ออกแบบและสร้างด้วย Google Sites

Google Sites: ค่าบริการเริ่มต้น

  • ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าด้วยวิธีการใดๆ
  • การชำระค่าบริการ จ่ายทั้งหมด 100% ในคราวเดียวกันเมื่อตกลงใช้บริการ
  • กรณีมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อันเนื่องมาจากมีการส่งข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลัง เป็นเหตุทำให้ปริมาณงานเพิ่มขึ้นตาม มิสเตอร์โนว์ จะแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนดำเนินการต่อ และมีความเป็นได้สูงที่จะเรียกเก็บทั้งหมดในคราวเดียวกันก่อนดำเนินการต่อ
  • กรณีลูกค้ายกเลิกบริการภายหลังจากชำระเงินค่าบริการแล้ว มิสเตอร์โนว์ ไม่จำเป็นต้องคืนค่าบริการให้แก่ลูกค้าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งลูกค้าได้แสดงเจตนาว่ายอมรับข้อตกลงในข้อนี้อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆแล้วเมื่อลูกค้าได้ชำระเงินค่าบริการให้แก่ มิสเตอร์โนว์ แล้ว
  • 3900 บาท ราคาเหมา รวมแล้ว
    • Theme Settings การกำหนดค่าสำคัญต่างๆเกี่ยวกับ Layout เช่น หัวเว็บ ด้านล่างของหน้าเว็บ แบบอักษร สีอักษร
    • จำนวนหน้าเว็บ 1-3 หน้ามาตรฐาน หนึ่งหน้ามาตรฐาน ยาว 2 page-down scrollings กว้าง 1154 พิกเซล จำนวนหน้าที่ขาด ไม่สามารถใช้เป็นส่วนลด จำวนหน้าที่เกิน คิดเพิ่ม 1300 ต่อหนึ่งหน้ามาตรฐาน
    • แทรก Components ที่ไม่ซับซ้อน เช่น Image Carousel Table-of-Contents Gmap YouTube Social-Media-Button ไม่รวม Compoents ที่ใช้ต้องใช้เวลามากมายในการรังสรรค์ เช่น Slides